History

ประวัติโรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี

    โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี เป็นสถาบันการศึกษาที่ก่อตั้งขึ้นเป็นลำดับที่ 8 ของมูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย เลขที่ 92 หมู่บ้านเศรษฐกิจ แขวงบางไผ่ เขตบางแค กรุงเทพมหานคร 10160 ปัจจุบันเปิดเป็นสหศึกษาโดยมีทั้งนักเรียนชายและนักเรียนหญิง ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1- มัธยมศึกษาปีที่ 6 มีทั้งหมด 3 หลักสูตร ได้แก่  หลักสูตร IEP  หลักสูตร IEP-Bell  และหลักสูตร EP  ปัจจุบันมีที่ดินทั้งหมด 80 ไร่ 27 ตารางวา อาคารเรียนและอาคารประกอบทั้งหมด 20 หลัง ภราดา ดร.วีรยุทธ บุญพราหมณ์ เป็นผู้อำนวยการ จำนวนนักเรียนทั้งหมดประมาณ 5,450 คน  บุคลากรทั้งครูไทย ครูต่างชาติ เจ้าหน้าที่ และพนักงานประมาณ 553 คน (2558) ดำเนินการสอนโดยยึดปรัชญา จุดหมายของชีวิต คือ การรู้จักสัจธรรม และการเข้าถึงธรรมเป็นบ่อเกิดของชีวิต อัตลักษณ์โรงเรียน คือ ผู้เรียนยึดมั่นสัจธรรม มีวิริยะ อุตสาหะ รับผิดชอบต่อสังคม เอกลักษณ์โรงเรียน คือ ผู้เรียนมีความสามารถด้านสุนทรียภาพ ศิลปะ ดนตรี กีฬา

     โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี เกิดขึ้นด้วยดำริของท่านภราดาผู้ใหญ่ที่ปรารถนาให้มีโรงเรียนของภราดาคณะเซนต์คาเบรียลในจังหวัดธนบุรี ตั้งแต่ปี พ.ศ.2504 เพื่อจัดการศึกษาให้แก่กุลบุตรฝึกฝนให้เป็นคนมีความรู้ มีคุณธรรมและความดีงามตามแนวทางของนักบุญหลุยส์ มารี กรีญอง เดอ มงฟอร์ต ผู้ก่อตั้งภราดาคณะเซนต์คาเบรียล กอปรกับในขณะนั้นโรงเรียนอัสสัมชัญกรุงเทพและโรงเรียนเซนต์คาเบรียล มีนักเรียนไปสมัครเข้าเรียนเป็นจำนวนมาก ทำให้โรงเรียนทั้งสองไม่สามารถสนองความต้องการของผู้ปกครองได้ทั้งหมด

    คุณไถง สุวรรณทัต ศิษย์เก่าโรงเรียนอัสสัมชัญกรุงเทพ อดีตสมาชิกผู้แทนราษฎร จังหวัดธนบุรีและอดีตนายกเทศมนตรี เทศบาลนครธนบุรี ซึ่งขณะนั้นกำลังเปิด โครงการจัดสรรที่ดินขนาดใหญ่แห่งแรกของประเทศไทยในเขตอำเภอภาษีเจริญและอำเภอหนองแขม จังหวัดธนบุรี ได้บริจาคที่ดิน 56 ไร่ 1งาน 9 ตารางวา ให้แก่คณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทยเพื่อจัดตั้งโรงเรียนแห่งใหม่ในฝั่งธนบุรี

 

1. ภราดาอาซีเนียว อานเกล อินฟานเต (พ.ศ.2504)

 ปี พ.ศ.2504

   แรกเริ่มดำเนินการก่อสร้างอาคารหลังแรกเป็นเรือนไม้ 2 ชั้น ใช้เป็นบ้านพักคณะภราดาว่า  "บ้านมงฟอร์ต" ค่าก่อสร้าง 100,000 บาท ต่อมาจึงดำเนินการก่อสร้างอาคารเรือนไม้ชั้นเดียว ขนาด 13 ห้องเรียน ยาว 104 เมตร ภายใต้การดำเนินงานของภราดายอห์น แมรี่ โดยคุณไถง สุวรรณทัต ที่ให้ความช่วยเหลือในด้านวัสดุอุปกรณ์และผู้ปกครองได้ร่วมบริจาคเงินสนับสนุนการก่อสร้าง

    กระทรวงศึกษาธิการอนุญาตให้เปิดดำเนินการสอนได้เป็นปีการศึกษาแรกโดยรับนักเรียน ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-5 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2-3 (ชั้นมัธยมหลักสูตรเก่า ม.2 เทียบกับชั้น ป.6 ตามหลักสูตร พ.ศ.2524) เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2504 โดยในปีการศึกษาแรกมี 7 ห้องเรียน  นักเรียน 97 คนและในภาคเรียนที่ 3 (แบ่งการเรียนเป็นปีละ 3 ภาคเรียน) มีนักเรียนเพิ่มขึ้นเป็น 123 คน และมีภราดาอาร์ซีเนียว อานเกล  อินฟานเต  เป็นอธิการคนแรก และภราดามาร์ติน ประทีป ม.โกมลมาศ    เป็นครูใหญ่คนแรกมีครูทั้งหมด 5 คน

2. ภราดาอิลเดอฟองโซ มาเรีย ซิซีเรีย (พ.ศ.2505-2507)

ปี พ.ศ.2505

ภราดาอิลเดอฟองโซ มาเรีย ซิซิเรีย ดำรงตำแหน่งอธิการลำดับที่ 2 จำนวนนักเรียนเพิ่มมากขึ้นตามลำดับ ได้สร้างโรงอาหารและต่อเติมอาคารไม้ออกไป

 

ปี พ.ศ.2506

ได้ต่อเติมอาคารไม้ออกไปอีก 3 ห้องเรียน ยาว 176 เมตร นอกจากนั้นได้สร้างสนามฟุตบอล สนามบาสเกตบอล และสร้างบ้านพักภราดาใหม่เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก 2 ชั้น (ปัจจุบันรื้อถอนแล้ว) ปรับปรุงบ้านพักภราดาเป็นบ้านพักครู มีห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์และกล้องส่องดูดาวขนาดใหญ่ ภราดามาร์ติน ประทีป ม.โกมลมาศ ตั้งชมรมดาราศาสตร์ มาสเตอร์ทวี ปัญญา ได้เริ่มฝึกเปียโนและไวโอลีนให้แก่นักเรียน ภราดาเลโอ วิศิษฐ์  ศรีวิชัยรัตน์ ได้ย้ายมาประจำอีกท่านหนึ่ง

 

ปี พ.ศ.2507

ได้ต่อเติมอาคารไม้เพิ่มอีก 6 ห้องเรียน แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อจำนวนนักเรียน

3. ภราดาฟิลิป อำนวย ปิ่นรัตน์ (พ.ศ.2508-2508)

 

ปี พ.ศ.2508 ภราดาฟิลิป อำนวย ปิ่นรัตน์ รับตำแหน่งอธิการลำดับที่ 3 ประมาณ 3 เดือน และไปรับตำแหน่งอธิการเจ้าคณะเซนต์คาเบรียลแขวงประเทศไทย แทน เจษฎาธิการ ยอห์น แมรี่ ซึ่งไปเป็นที่ปรึกษาอัคราธิการที่กรุงโรม สาธารณรัฐอิตาลี

 

4. ภราดาแอนดรู อารมณ์  วรศิลป์ (พ.ศ.2508-2510)

 

ปี พ.ศ.2508

ภราดาแอนดรู อารมณ์  วรศิลป์ มาเป็นอธิการลำดับที่ 4 (พ.ศ.2508-2510) ภราดาเลโอ วิศิษฐ์  ศรีวิชัยรัตน์ เป็นครูใหญ่

ท่านจึงได้สร้างอาคารคอนกรีตชั้นเดียวทรงญี่ปุ่น เรียกว่า "ตึกญี่ปุ่น" ขนาด 10 ห้องเรียน 1 หลัง สร้างบ้านพักครูขึ้น 5 หลัง และบ้านครูโสด 1 หลัง เรียกว่า "บ้านชายโสด" (ปัจจุบันได้ทำการรื้อถอนออกไปหมดแล้ว) ปรับปรุงเรือนไม้ที่เคยเป็นบ้านพักภราดาโดยทำเป็นห้องเรียนและห้องสมุด ชั้นล่างเป็นหน้าพักครู สร้างสนามฟุตบอลขนาดมาตรฐานและสนามบาสเกตบอลอีก 2 สนาม และเริ่มสร้างอาคารคอนกรีต 3 ชั้น ขนาด 12 ห้องเรียน คือ "อาคารเซนต์คาเบรียล" แต่การก่อสร้างยังไม่เสร็จ  ท่านก็ย้ายไปประจำที่อื่นในปี พ.ศ. 2511

5. ภราดาเลโอ วิศิษฐ์  ศรีวิชัยรัตน์  (พ.ศ.2511-2516)

ปี พ.ศ.2511

เข้าดำรงตำแหน่งอธิการลำดับที่ 5 ได้ดำเนินการก่อสร้าง "อาคารเซนต์คาเบรียล" ต่อจนเสร็จและสร้างอาคารคอนกรีต 3 ชั้นขึ้นอีก 1 หลัง ปัจจุบันคือ "อาคารอิลเดอฟองโซ" หรือเรียกว่า ตึกวิทยาศาสตร์

 

ปี พ.ศ.2512

ภราดาราฟาแอล ภักดี ทุมมกานน ได้รวบรวมทุนทรัพย์จากผู้ปกครองทำถนนลาดยางมะตอย ถนนสายนี้ชื่อว่า "ถนนอัสสัมชัญ"

 

ปี พ.ศ.2514

ประกอบพิธีเปิดอาคารในวันที่ 13 พฤศจิกายน 2514 โดยนายสุกิจ  นิมมานเหมินทร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในขณะนั้นเป็นประธาน

 

ปี พ.ศ.2515

โรงเรียนได้รับรองวิทยาฐานะเทียบเท่าโรงเรียนรัฐบาลโดยกระทรวงศึกษาธิการ  เมื่อวันที่  12 กรกฎาคม 2515 เริ่มมีการแข่งขันกีฬาประเพณีระหว่างโรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรีและโรงเรียนเซนต์คาเบรียล

 

ปี พ.ศ.2516

โรงเรียนได้ซื้อที่ดินทางด้านหลังเพื่อขยายโรงเรียนเพิ่มอีก 10 ไร่ 9 ตารางวา

6. ภราดาบัญชา  แสงหิรัญ (พ.ศ.2517-2520)

ปี พ.ศ.2517

ภราดาบัญชา  แสงหิรัญ มารับตำแหน่งอธิการลำดับที่ 6 ได้ปรับปรุงและพัฒนางานด้านวิชาการครั้งใหญ่ ขยายห้องสมุดให้มีขนาด  6 ห้องเรียน ซื้อเครื่องมืออุปกรณ์วิทยาศาสตร์ให้นักเรียนทำการทดลองด้วยตนเอง และขยายหอพักนักเรียนเพื่อรับนักเรียนจากต่างจังหวัดได้เพิ่มมากขึ้น และซื้อที่ดินเพิ่ม 11 ไร่ 2 งาน 40 ตารางวา รวมเป็นเนื้อที่ 77 ไร่ 3 งาน 98  ตารางวา หลังจากนั้นได้สร้างกำแพงคอนกรีตด้านหน้าโรงเรียนแทนรั้วลวดหนามและรั้วต้นเฟื่องฟ้าตลอดแนว ปรับปรุงโรงเรียนอาชีวศึกษาที่เลิกกิจการไปเป็นนวกสถานซึ่งต่อมาใช้เป็นหอพักนักเรียนประจำ ปรับปรุงบ้านมงฟอร์ต ใช้สำหรับอบรมเยาวชนก่อนที่จะส่งไปประเทศอินเดียเพื่อบวชเป็นภราดา

7. ภราดาสมพงษ์  ศรีสุระ  (พ.ศ.2521-2526)

 

ปี พ.ศ.2521

ภราดาสมพงษ์  ศรีสุระ มาดำรงตำแหน่งอธิการลำดับที่ 7 ได้เปลี่ยนวันหยุดมาเป็นวันเสาร์-อาทิตย์ ขยายห้องเรียนจากชั้นละ 4 ห้องเรียนเป็น 5 ห้องเรียน และรื้อถอนอาคารไม้ทางทิศตะวันตกออกไป 14 ห้องเรียน เพื่อก่อสร้างอาคารคอนกรีต 4 ชั้น ขนาด 21 ห้องเรียนเรียกว่า "อาคาร 4" ปัจจุบันคือ "อาคารอัสสัมชัญ"

 

ปี พ.ศ.2522

ก่อตั้งกองลูกเสือสำรองและลูกเสือสามัญขึ้นครั้งแรก

 

ปี พ.ศ.2523

เริ่มมีเพลงมาร์ชอัสสัมชัญธนบุรี เป็นเพลงประจำโรงเรียน โดย มาสเตอร์วรชัย  ศรีเดชา เป็นผู้ประพันธ์เนื้อร้อง มาสเตอร์ไพบูลย์  กิจสวัสดิ์ ผู้ให้ทำนอง และมาสเตอร์ทวี   ปัญญา ปรับปรุงเนื้อร้องและทำนอง จนสมบูรณ์ และเปิดให้นักเรียนได้ร้องเพลงดังกล่าวเป็นประจำทุกสัปดาห์จนถึงปัจจุบัน ภราดาพีรพงศ์ ดาราไทย จัดตั้งคณะโขนของโรงเรียนขึ้นเป็นครั้งแรก ปรับปรุงสนามตะกร้อ สร้างสนามกรีฑา สนามเทนนิส ห้องน้ำนักเรียน ถนนรอบโรงเรียน และหอพักนักเรียนประจำ ขยายห้องเรียนชั้นละ 4 ห้องเป็น 5 ห้อง รื้ออาคารเรือนไม้หลังแรกออกและเริ่มสร้างอาคารคอนกรีต 4 ชั้น 21 ห้องเรียน

 

ปี พ.ศ.2524

อธิการสมพงษ์  ศรีสุระ ดำริที่จะเปิดสอนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยมอบหมายให้มาสเตอร์ทวี  ปัญญา ผู้ช่วยอาจารย์ใหญ่ฝ่ายวิชาการ ดำเนินการจัดทำหลักสูตรและขออนุญาตจากกรมวิชาการ กระทรวงศึกษา และได้รับอนุญาตให้เปิดสอนได้ในปีการศึกษา 2525 ในปีแรกนี้เปิดสอนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 มี 2 แผนการเรียน แผนการเรียนละ 1 ห้องเรียนคือ  1.แผนการเรียนวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์  2.แผนการเรียนอังกฤษ-คณิตศาสตร์

 

ปี พ.ศ.2525

ได้ก่อตั้งวงดนตรีไทยโดย มาสเตอร์ทวี  ปัญญา เป็นผู้วางแผนและควบคุมการสอน

 

ปี พ.ศ.2526

อธิการสมพงษ์ ศรีสุระ มอบหมายให้ มาสเตอร์วิชิต  กาฬกาญจน์ หัวหน้างานปกครองชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ดำเนินการขออนุญาตจากกรมการรักษาดินแดนให้นักเรียนได้เข้าเรียนเป็นนักศึกษาวิชาทหาร ซึ่งนักเรียนได้เริ่มเรียน รด. ตั้งแต่ปีการศึกษา 2526 เป็นต้นไป และมอบหมายให้ มาสเตอร์ทวี  ปัญญา เป็นผู้วางแผนก่อตั้งวงโยธวาทิต  รวมทั้งเป็นผู้ควบคุมและฝึกซ้อม

8. ภราดามีศักดิ์  ว่องประชานุกูล (พ.ศ.2527-2534)

ปี พ.ศ.2527

ภราดามีศักดิ์  ว่องประชานุกูล ได้เข้ามาดำรงตำแหน่งอธิการลำดับที่ 8 ท่านได้วางแผนพัฒนาโรงเรียนอย่างมีระบบเป็นครั้งแรก ได้ใช้วิธีการวิจัยเข้ามาวางแผนแม่บท โดยจัดโครงการพัฒนาอาคารสถานที่ระยะ 12 ปี (พ.ศ.2529-2540) นอกจากนี้ ได้ดำเนินการก่อสร้างและปรับอาคารสถานที่ให้เอื้ออำนวยต่อการเรียนการสอนมากมาย อาทิ  ปรับพื้นที่รกร้างด้านหลังอาคารเป็นสนามฟุตบอลขนาดมาตรฐาน ปรับปรุงระบบโทรศัพท์ภายนอกโทรศัพท์ภายใน  เจาะบ่อบาดาลทางด้านทิศเหนือของโรงอาหาร  ติดตั้งเครื่องกรองน้ำใหญ่ 5 เครื่อง เพื่อให้นักเรียนมีน้ำดื่มน้ำใช้ที่สะอาด  จัดตั้งหน่วยงานแนะแนวทางการศึกษาขึ้น เพื่อจัดเป็นหน่วยให้บริการสนเทศ ทางการศึกษาและอาชีพตลอดจนการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมและสังคมอย่างถูกต้องเหมาะสม  ริเริ่มส่งเสริมให้ครูและนักเรียนฝึกสมาธิทุกวันในเวลาเช้า

 

ปี พ.ศ.2528

 ได้ดำเนินการบริหารโรงเรียนตามแม่บท ได้จัดตั้งหน่วยงานวัดผลและประเมินผลระดับประถมศึกษาเพื่อพัฒนาการสอนให้เป็นมาตรฐาน จัดทำแผนพัฒนาโรงเรียนระยะ 12 ปี   สร้างอาคารเรียนคอนกรีตเสริมเหล็ก 4 ชั้น ยาว 64 เมตร ขนาด 21 ห้องเรียนเชื่อมต่อกับ "อาคารอัสสัมชัญ" ทางทิศตะวันออก   สร้างห้องพักครูตรงที่ว่างระหว่างอาคาร 4 ชั้นเดิม และอาคาร 4 ชั้นใหม่ 3 ห้อง มีห้องน้ำอยู่ภายใน สร้างห้องน้ำครูประถม 2 ห้องใหญ่  เปลี่ยนโต๊ะนักเรียนฝ่ายประถมทั้งหมด เปลี่ยนโต๊ะครูทั้งโรงเรียนเป็นโต๊ะเหล็กทั้งหมด

 

ปี พ.ศ.2529

ฉลองครบรอบ 25 ปี และได้กราบทูลเชิญพระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรชายาฯ ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมงกุฎราชกุมาร เสด็จเป็นองค์ประธานใน "พิธีเปิดอาคารอัสสัมชัญ" ก่อตั้ง "สมาคมศิษย์เก่าอัสสัมชัญ" ขยายห้องเรียนจากชั้นละ 5 ห้องเรียน เป็น 6 ห้องเรียนวางโครงสร้างระบบบริหารใหม่ เพื่อเปิดโอกาสให้ครูฆราวาสเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารโรงเรียน  พัฒนาวิชาการ  โดยร่วมโครงการผู้นำหลักสูตรปรับปรุงของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน ปรับปรุงห้องสมุด ห้องพยาบาล ห้องวิทยาศาสตร์ ห้องพักครู จัดงานราตรีสัมพันธ์ขึ้นครั้งแรก

 

ปี พ.ศ.2530

ริเริ่มจัดทำวารสารโรงเรียน จัดสร้างอาคารประชาสัมพันธ์ การเงิน (ปัจจุบันเป็นห้องวัดผล) และปรับปรุงอาคารเรียนทุกอาคาร ซื้อที่ดิน 80 ตารางวา ด้านทิศตะวันออกเพื่อสร้างประตูเข้าออกเพิ่มขึ้น จัดตั้ง "สมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี"

 

ปี พ.ศ.2531

สร้างอาคารโรงอาหาร (อาคารเซนต์แมรี่) จัดตั้งโรงเรียนคอมพิวเตอร์ สนับสนุนและส่งเสริมวงโยธวาทิตเข้าแข่งขัน โดยได้รับรางวัลชนะเลิศเขตกรุงเทพมหานคร และรองชนะเลิศอันดับ 3 ของประเทศ ดำเนินการสร้างถังน้ำเหล็กเก็บน้ำสูง 17 เมตร สร้างห้องสุขาเพื่อให้เพียงพอกับความต้องการของนักเรียน สร้างประตูทางด้านทิศตะวันออกเพื่อช่วยให้การจราจรคล่องตัวขึ้น ปรับปรุงระบบบ่อบาดาลใหม่ ซื้อที่ดินด้านตะวันออกเพิ่มอีก 40 ตารางวา เพื่อสร้างประตูทางออก

 

ปี พ.ศ.2532

ดำเนินการสร้างสนามฟุตบอลและสนามกีฬาขนาดมาตรฐานมีลู่วิ่ง 7 ลู่ ยาว 400 เมตร สนับสนุนและส่งเสริมวงโยธวาทิตเข้าประกวดได้รางวัลชนะเลิศเขตกรุงเทพมหานคร และ   รองชนะเลิศอันดับ 1 ของประเทศไทย สร้างอาคารเรียนชั่วคราวระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 13 ห้องเรียน สร้างอาคารเก็บพัสดุครุภัณฑ์และห้องเรียนหมวดการงาน "อาคารเซนต์โยเซฟ" ปรับปรุงวงดนตรีไทย เพื่อส่งเสริมนักเรียนที่มีความสามารถด้านดนตรีไทย วางแผนและทำโครงสร้างสระว่ายน้ำขนาดมาตรฐาน สร้างที่ดื่มน้ำนักเรียนด้านหลังอาคารอัสสัมชัญ 6 จุด ปรับปรุงห้องประชุมอาคาร 2 โดยติดม่านและเครื่องปรับอากาศเปลี่ยนท่อประปาในโรงเรียนใหม่ทั้งหมด ได้รับบริจาคที่ดินติดกำแพงด้านทิศตะวันออกจากคุณไถง  สุวรรณฑัต จำนวน 163 ตารางวา ได้รับบริจาคที่ดิน 100 ไร่ จากคุณสุรชัย  กิจบำรุง ที่ ต.ยางหัก อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี เพื่อเตรียมสร้างค่ายลูกเสือ ซื้อที่ดิน 99 ตารางวา เพื่อสร้างเตาเผาขยะขยายการสอนวิชาคอมพิวเตอร์ให้กับนักเรียนชั้น ป.5-ม.6

 

ปี พ.ศ.2533

ติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ระบบ LAN สำหรับส่วนบริหารจำนวน 16 จุด ติดตั้งโทรศัพท์สายนอกเพิ่มอีก 5 หมายเลข และขยายโทรศัพท์ภายในเพิ่มเป็น 75 หมายเลข สร้างเตาเผาขยะ ทำถนนล้อมสนามกีฬา และติดตั้งไฟฟ้าสนามฟุตบอล 4 เสา สูง 15 เมตร สร้างอัฒจันทร์และกระถางคบเพลิง รับอุปถัมภ์สโมสรลูกเสือรัตนโกสินทร์ ซึ่งเป็นสมาคมลูกเสือคาทอลิกแห่งแรกในประเทศไทย สร้างลานจอดรถ และทางเดินเท้าหลังอาคารอัสสัมชัญ สร้างอาคารเรือนไทย "บ้านคีตวัณณ์" ปัจจุบันรื้อถอนแล้ว  สร้างอาคารสระว่ายน้ำเทิดเทพรัตน์ 36 ขนาดมาตรฐานโอลิมปิก เพื่อให้นักเรียนได้ออกกำลังกายพร้อมทั้งห้องออกกำลังกายและซาวน์น่า และสร้างอาคารโรงซ่อมบำรุงเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กขนาดชั้นครึ่ง

 

ปี พ.ศ.2534

สร้างลานจอดรถ และทางเดินเท้าหลังอาคารอัสสัมชัญตลอดแนว และจัดซื้อเครื่องดนตรีเพิ่มเติมสำหรับวงโยธวาทิต และวงสตริงคอมโบ เปลี่ยนโทรศัพท์สาธารณะจากเครื่องภายในอาคารเป็นตู้โทรศัพท์นอกอาคาร 2 ชุด ติดตั้งโทรศัพท์ภายนอกเพิ่มอีก 9 หมายเลขและขยายโทรศัพท์ภายในเพิ่มเป็น 100 หมายเลข เพื่อรองรับความเจริญด้านเทคโนโลยี

9. ภราดาอานันท์  ปรีชาวุฒิ (พ.ศ.2535-2540)

ปี พ.ศ.2535

ภราดาอานันท์  ปรีชาวุฒิ เข้ามาดำรงตำแหน่งอธิการลำดับที่ 9 (พ.ศ.2535-2540) ต่อจาก ภราดามีศักดิ์ ว่องประชานุกูล ซึ่งย้ายไปประจำที่โรงเรียนอัสสัมชัญลำปาง และภราดาอานันท์  ท่านได้เริ่มวิเคราะห์โครงสร้างการบริหารโรงเรียน และกำหนดนโยบายและแผนภูมิระบบการบริหารใหม่ ทบทวนและปรับปรุงผังแม่บทให้สอดคล้องกับการศึกษาในปัจจุบันและอนาคตปรับปรุงระบบฝ่ายบริหารที่สำคัญ เช่น ฝ่ายการเงินและฝ่ายวิชาการ จัดทำแผนงานและงบประมาณประจำปี ปรับปรุงและติดตั้งระบบเครื่องปรับอากาศห้องประชุมอาคารเซนต์ แมรี่เพื่อใช้สำหรับจัดกิจกรรมต่าง ๆ ของนักเรียน

ในวันที่ 22 มีนาคม 2535 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดสระว่ายน้ำเทิดเทพรัตน์ 36

 

ปี พ.ศ.2536

ปรับปรุงอาคารสถานที่ให้สอดคล้องกับการศึกษาทุกระดับชั้น ศึกษาโครงการอาคารอำนวยการ อาคารหอสมุด อาคารประถมศึกษา ระบบข้อมูลกลางรวมทั้งการประชาสัมพันธ์ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน สรรหากรรมการที่ปรึกษาด้านการบริหาร จัดสร้างอาคารธุรการและห้องปกครองชั่วคราว เสนออนุมัติโครงการสร้างหอสมุด และศูนย์การเรียนต่อคณะกรรมการที่ปรึกษาของมูลนิธิฯ

 

ปี พ.ศ.2537

ขยายโครงการศึกษาของนักเรียนทุกระดับชั้นโดยเพิ่มห้องเรียนเป็นระดับชั้นละ 6 ห้องเรียน และควบคุมจำนวนนักเรียนต่อห้องเรียนให้น้อยลง เริ่มดำเนินการรื้อถอนอาคารเรียน   ชั่วคราวระดับมัธยมปลาย และอาคารญี่ปุ่น ปรับพื้นที่เพื่อทำการก่อสร้างอาคารหอสมุดและศูนย์การเรียน ศึกษาหลักสูตรการเรียนการสอนภาษาอังกฤษกับสถาบันภาษาเบลล์ จากประเทศอังกฤษ โดยปรับอาคารเซนต์โยเซฟชั้นบนเป็นศูนย์ในการดำเนินงานและเปิดสอนในระดับชั้น ม.1 เป็นปีแรก ซึ่งมีพิธีเปิดศูนย์ภาษาอังกฤษอัสสัมชัญธนบุรีเบลล์ โดย ดร.เจริญ  คันธวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธี เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2537 นำเทคโนโลยีมาใช้ในการปฏิบัติงานด้านการเรียนการสอนการบริหาร และส่งครูเข้ารับการอบรมด้านต่าง ๆ ทุกด้านเพื่อพัฒนาบุคลากร เริ่มดำเนินการส่งผู้บริหารไปศึกษายังต่างประเทศ จัดโครงการศึกษาภาคฤดูร้อนของนักเรียนและครูยังประเทศอังกฤษ ปรับปรุงระบบเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการเรียนใหม่

 

ปี พ.ศ.2538

เพิ่มวิชาคอมพิวเตอร์ในระดับชั้น ป.1 ขยายหลักสูตรการเรียนภาษาอังกฤษเบลล์ ต่อเนื่องจาก ม.1 ถึง ม.2 ขยายชั้นเรียนระดับชั้น ม.1 จาก 6 ห้องเรียน เป็น 7 ห้องเรียน ปรับปรุงห้องเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายโดยติดเครื่องปรับอากาศ พัฒนาบุคลากรทางด้านคอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษา  โดยให้ครูทั้งโรงเรียนเข้ารับการอบรมในโปรแกรม Microsoft Word ,Microsoft Excel ดำเนินการก่อสร้างหอสมุดและศูนย์การเรียนให้แล้วเสร็จ ศึกษาโครงการสร้างและออกแบบอาคารเรียนระดับประถม (ป.1-ป.4) ศึกษาระบบต่างๆที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) Internet , Multimedia ปลูกฝังและดำเนินการด้านอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติภายในโรงเรียน ศึกษาและดำเนินการแผนพัฒนาโรงเรียนระยะ 5 ปี (พ.ศ.2529-2534) คุณสังวรณ์  ลิปตพัลลภ ศิษย์เก่ารุ่น 4 จัดสร้างถนนลาดยางบริเวณหลังสนามฟุตบอลโดยไม่คิดมูลค่าใดๆ

 

ปี พ.ศ.2539

ดำเนินการก่อสร้างอาคารเรียนระดับประถมศึกษา (ป.1-ป.4) เรียกว่า อาคารราฟาแอล ดำเนินการก่อสร้างสวนกาญจนาภิเษก ร่วมกับสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนอัสสัมชัญ  ธนบุรี เนื่องในวโรกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จขึ้นครองศิริราชสมบัติครบ 50 ปี สร้างอาคารรถรับ-ส่งนักเรียนและปรับปรุงระบบการเดินรถรับ-ส่งนักเรียนให้ทันสมัย สร้างอาคารเรียนชั่วคราวและติดตั้งเครื่องปรับอากาศให้กับนักเรียนระดับชั้น ป.6 ในขณะที่ห้องเรียนปัจจุบันเริ่มไม่เพียงพอแก่ความต้องการของนักเรียนที่เพิ่มขึ้น ก่อสร้างอาคารหอสมุดและศูนย์การศึกษารัตนบรรณาคารจนเสร็จสมบูรณ์และได้รับพระราชทานนามจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2539 ว่า "รัตนบรรณาคาร"  จัดทำโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อการบริหาร และการบริการข้อมูลต่าง ๆ ทางโรงเรียน

 

ปี พ.ศ.2540

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จทรงเป็นองค์ประธานพิธีเปิดศูนย์การศึกษารัตนบรรณาคารและเปิดงานฉลองครบรอบ 36 ปี แห่งการก่อตั้งโรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี ในวันพุธที่ 17 ธันวาคม 2540 สมาคมผู้ปกครองและครูฯ ร่วมกับโรงเรียน จัดสร้างศาลาอเนกประสงค์ "สวนกาญจนา- ภิเษก" เพื่อเป็นที่ระลึกในโอกาสฉลองครบรอบ 50 ปี แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เริ่มโครงการก่อสร้างหอประชุมอเนกประสงค์หลุยส์ มารี เดอ มงฟอร์ต ปรับปรุงอาคาร 1 เป็นอาคารบริหาร จัดสร้างประตูโรงเรียนใหม่ เปิดสหศึกษา ม.ปลายเป็นปีแรก มีนักเรียนหญิงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 48 คน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ปกครองได้รับ- ส่งนักเรียนพร้อมกัน

10. ภราดา ดร.เลอชัย  ลวสุต (พ.ศ.2541-2543)

 ปี พ.ศ.2541

ภราดา ดร.เลอชัย  ลวสุต มารับตำแหน่งอธิการลำดับที่ 10 ท่านได้ดำเนินการก่อสร้าง อาคารหอประชุมอเนกประสงค์ฯ "หอประชุมหลุยส์ มารีย์ เดอ มงฟอร์ต" ต่อจากภราดาอานันท์  ปรีชาวุฒิ ซึ่งครบวาระการบริหาร  และได้ทำพิธีเปิดอาคารเรียนราฟาแอลอย่างเป็นทางการ

 เริ่มการแข่งขันกีฬาภายใน  “ตากสินคัพ”   เพื่อกระตุ้นให้นักเรียนได้ออกกำลังกายโดยการเล่นกีฬา เสริมสร้างพลานามัยที่สมบูรณ์แข็งแรง นอกเหนือจากด้านวิชาการ และเข้าร่วมในโครงการโรงเรียนสีขาว  มุ่งเน้นให้สถานศึกษาปลอดจากสารเสพติด เริ่มโครงการนักกีฬาช้างเผือก ส่งเสริมนักเรียนที่มีความสามารถด้านกรีฑา และฟุตบอล ให้ได้รับการพัฒนาด้านกีฬาอย่างเต็มศักยภาพ

 

 ปี พ.ศ. 2542

  ได้ปรับปรุงอาคารอัสสัมชัญและเปลี่ยนแปลงระบบปรับอากาศทุกห้องเรียนใหม่ เปลี่ยนชื่ออาคาร 1 เป็น "อาคารเซนต์คาเบรียล" และอาคาร 2 เป็น "อาคารอิลเดอฟองโซ"  และจัดการบริหารหอประชุมและศูนย์ดนตรี   จัดตั้งศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา  ปรับโครงสร้างการบริหารโรงเรียน และจัดทำบทพรรณนางาน ปรับปรุงด้านอาคารสถานที่  ปรับปรุงระบบไฟฟ้า ระบบเครื่องปรับอากาศ ระบบโทรศัพท์ ระบบ Network ในอาคารเซนต์คาเบรียล และอาคารอิลเดอฟองโซ  ปรับปรุงอาคารสระว่ายน้ำเทิดเทพรัตน์ 36  ริเริ่มโครงการสวนเกษตรผสมผสาน ทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริ โรงเรียนได้รับรางวัลโรงเรียนสีขาวเฉลิมพระเกียรติปลอดยาเสพติด  ประจำปีการศึกษา 2542

 

 ปี พ.ศ. 2543

  ปรับปรุงอาคารเซนต์แมรี่ เพื่อให้เหมาะสมต่อการใช้งานและสวยงามเข้ากับอาคารอื่นๆ ปรับปรุงการบริหารการเรียนการสอน จนได้รับรางวัลโรงเรียนพระราชทานระดับมัธยมศึกษาขนาดใหญ่ และได้รับรองมาตรฐานการศึกษา จากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน ปรับปรุงห้องธุรการ การเงิน วิชาการ ปกครอง กิจกรรม เพื่อให้เหมาะสม สะดวกสบาย ต่อการให้บริการทั้งผู้ปกครองนักเรียนและชุมชน  ปรับปรุงห้องสมุด จนได้รับรางวัลห้องสมุดดีเด่นระดับประถมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษ จากสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  เข้าร่วมโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช ในโครงการพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  ส่งครูไปเรียนภาษาอังกฤษ ที่ประเทศอังกฤษ เป็นเวลา 1 เดือน เพื่อพัฒนาการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ   ส่งคณะผู้บริหารไปศึกษาดูงานต่างประเทศ (ยุโรป) และคณะครูทั้งโรงเรียนไป ทัศนศึกษาและศึกษาดูงานที่ประเทศจีน   ส่งเสริมการกีฬาจนกระทั่งนักเรียนทำชื่อเสียงในระดับประเทศมากมาย ก่อสร้าง "บ้านพักภราดาหลังใหม่" แทนหลังเดิม ก่อตั้ง "กองทุนลวสุต" มอบให้นักเรียนในชุมชนต่างๆ  สร้างบรรยากาศคาทอลิกจัดตั้งรูปปั้นแม่พระ นักบุญหลุยส์ รูปหล่อคุณไถง สุวรรณทัต รูปหอภราดายอนห์แมรี่ ถมคลองทำถนนรอบโรงเรียน  สร้างบ้านดำรงไทยด้านหลังโรงเรียน สร้างสวนเกษตรผสมผสานทฤษฎีใหม่ สร้างแปลงนาสาธิต และแหล่งเรียนรู้ จัดตั้งกองทุนสวัสดิการครู กองทุนถาวรครูไม่สูญสลาย กองทุนครูเกษียณ และเริ่มสร้าง "อาคารยอนห์ แมรี่"

11. ภราดาเดชาชัย  ศรีพิจารณ์ (ปี 2544-2546)

ปี พ.ศ.2544

ภราดาเดชาชัย  ศรีพิจารณ์ มารับตำแหน่งอธิการลำดับที่ 11 ต่อจากภราดา ดร.เลอชัย  ลวสุต  ซึ่งครบวาระการบริหาร ท่านได้ดำเนินการก่อสร้าง "อาคารเซนต์มาร์ติน" ซึ่งเป็นบ้านพักนักกีฬาโครงการพิเศษ (ช้างเผือก) และอาคารยอห์นแมรี และปรับปรุงอาคารเซนต์แมรี (โรงอาหาร)  เพิ่มหลักสูตรการศึกษาภาคภาษาอังกฤษ English Program (EP) มีการเตรียมบุคลากรด้วยการส่งครูไปศึกษาภาษาอังกฤษอย่างเข้มข้นที่ประเทศอินเดีย นอกเหนือจากการส่งไปอังกฤษ ตั้งหน่วยงานต่างประเทศโดยมีวัตถุประสงค์ที่จะสรรหาบุคลากรครูต่างชาติเข้ามาสอนในโรงเรียนในระดับประถมศึกษา (small class) และดำเนินการจัดหลักสูตรระยะสั้นให้กับนักเรียนไปศึกษาในต่างประเทศช่วงปิดภาคเรียน ดำเนินการปรับปรุงและจัดทำธรรมนูญโรงเรียน ระยะที่ 2  นอกจากนั้นท่านได้วางนโยบายในการบริหาร เพื่อพัฒนาจนโรงเรียนได้รับรางวัลห้องสมุดดีเด่นระดับประถมขนาดใหญ่พิเศษ  ประจำปีการศึกษา 2544 จากสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  สยามบรมราชกุมารี

 

ปี พ.ศ.2545

จัดทำหลักสูตรสถานศึกษาในการเปิดสอนภาษาจีนเป็นภาษาต่างประเทศ ภาษาที่ 2 เริ่มสอนในปีแรก ที่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 และมัธยมศึกษาปีที่ เพื่อเสริมทักษะด้านภาษาต่างประเทศเป็นภาษาที่ 2 ตามธรรมนูญของโรงเรียน  โดยแรกเริ่มมีครูจากประเทศจีน จำนวน 3 คน มาทำการสอนเพื่อให้นักเรียนได้รับประสบการณ์ตรง โรงเรียนได้รับการตรวจประเมินมาตรฐานและคุณภาพการศึกษา (สมศ.)  อยู่ในเกณฑ์ระดับดี (ระดับ 3) ทุกมาตรฐาน  บุคลากรของโรงเรียนได้รับการส่งเสริมให้เป็นคณะกรรมการตรวจเยี่ยมและประเมินคุณภาพการศึกษาของทุกโรงเรียนในเครือฯ ตลอดปีการศึกษา   และพัฒนาบุคลากรด้านวิชาการและการใช้เทคโนโลยี ซึ่งบุคลากรได้ผ่านการอบรมการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา และอบรมการใช้ E-learning  ส่งเสริมให้นักเรียนได้รับการส่งเสริมทักษะด้านภาษาโดยจัดโครงการทัศนศึกษาต่างประเทศ  เพื่อให้นักเรียนได้หาประสบการณ์ตรงกับเจ้าของภาษาอย่างต่อเนื่องทุกภาคเรียน

 

ปี พ.ศ. 2546

   โรงเรียนได้รับรางวัลพระราชทานในระดับประถมศึกษาขนาดใหญ่ประจำปี 2546 และ  ทีมนักกีฬาฟุตบอลโครงการพิเศษได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทนของเอเชีย ไปแข่งขันในรายการ “แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พรีเมียร์คัพ 2003 เวิล์ดไฟนัล” ที่รัฐโอเรกอน  ประเทศสหรัฐอเมริกา  ได้อันดับที่ 5 จาก 20 ทีมทั่วโลก   ได้ดำเนินการก่อสร้างอาคารบ้านพักครูต่างชาติ "อาคารเซนต์แอนดรูว์" เพื่อเป็นที่พักของครูต่างชาติในโครงการ English Program, และ Small class ทั้งภาษาอังกฤษ และภาษาจีน ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ด้านภาษาจีนโดยส่งครูไปจัดทำหลักสูตรการเรียนรู้ภาษาจีน และพัฒนาหลักสูตรภาษาอังกฤษ ส่งครูและนักเรียนไปเสริมทักษะด้านภาษาอย่างต่อเนื่อง ปรับปรุงสวนสัตว์ด้านหลังโรงเรียน เริ่มวางแผนการเปิดสอนหลักสูตร English Program (EP)

 

 12. ภราดาอาจิณ  เต่งตระกูล (ปี 2547-2549)

ปี พ.ศ. 2547

 ภราดาอาจิณ  เต่งตระกูล  มารับตำแหน่งอธิการลำดับที่ 12 ได้ส่งเสริมด้านเทคโนโยลี  โดยปรับเปลี่ยนเครื่องคอมพิวเตอร์ประจำห้องเรียนต่าง ๆ ให้มีความทันสมัย  ร่วมในโครงการรณรงค์การประหยัดพลังงานจากเครื่องปรับอากาศ โดยเน้นให้นักเรียนตระหนักถึงการอนุรักษ์พลังงาน  และสิ่งแวดล้อม  โดยร่วมโครงการคัดแยกขยะกับสถาบัน Knoten Weimar ประเทศเยอรมัน และศูนย์ปฏิบัติการวิศวกรรมพลังงานและสิ่งแวดล้อม  ด้านวิชาการ  ได้ส่งบุคลากรไปอบรมหลักสูตรสถานศึกษาและแนวทางการประเมินผลตามหลักสูตร ได้สานต่อโครงการส่งครูไปศึกษาที่ประเทศอินเดีย  เพื่อฝึกทักษะด้านการสื่อสารโดยใช้ภาษาอังกฤษ  เป็นระยะเวลา 6 เดือน เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดสอนหลักสูตร Bilingual  พร้อมกับจัดกิจกรรมค่ายภาษาจีน  ภาษาอังกฤษ ให้ความรู้กับบุคลากรด้านการวิจัยในชั้นเรียน  ลงนามทำสัญญาซื้อโปรแกรมระบบบริหารและจัดการ E-learning กับบริษัท เฮ้าอ๊อฟเดอะเดฟกรุ๊ป จำกัด  เพื่อให้ครูผู้สอนสามารถสร้างบทเรียนบททดสอบผ่านระบบเครือข่าย พร้อมจัดบุคลาการอบรมการสร้างบทเรียนอีเล็คทรอนิคส์ อย่างต่อเนื่อง

 

ปี พ.ศ. 2548

 ดำเนินการก่อสร้างบ้านพักครูต่างชาติส่วนที่ 2 เพื่อรองรับการขยายตัวโครงการ English Program และเปิดรับครูต่างชาติ ในการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ พัฒนาโรงเรียนจนได้รับรางวัลโรงเรียนพระราชทานระดับประถมขนาดใหญ่  ประจำปีการศึกษา 2548  จากกระทรวงศึกษาธิการ  รางวัลเกียรติคุณสัญญา  ธรรมศักดิ์  โรงเรียนส่งเสริมคุณธรรม  จริยธรรมดีเด่น (ระดับมัธยมศึกษา)  ของมูลนิธิธารน้ำใจในโครงการเชิดชูเกียรติสถาบันที่สร้างคนดีให้สังคมด้วยการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมดีเด่น  เปิดศูนย์ต้านสิ่งเสพติด (Drugs Preventive Center) ในวันที่ 24 มกราคม 2548 เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ในการป้องกันสิ่งเสพติดและใช้ห้องปฏิบัติการงานป้องกันสิ่งเสพติดและปลูกจิตสำนึกให้กับนักเรียน  โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี  ได้รับการรับรองมาตรฐานระบบการต้านยาเสพติด (QAD) ขั้น A1  จากสำนักงานอาสาสภากาชดไทย   เปิดให้มีการแข่งขันว่ายน้ำสี

 

ปี พ.ศ. 2549

โรงเรียนได้รับการประเมินคุณภาพภายนอก  จากหน่วยประเมิน  บริษัท แอล เอส การประเมิน จำกัด ซึ่งได้รับการเสนอให้เป็นผู้ตรวจของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) สมศ.รอบที่ 2 โรงเรียนยังได้รับรางวัลโรงเรียนพระราชทานระดับมัธยมศึกษาขนาดใหญ่  ประจำปีการศึกษา 2549 จากกระทรวงศึกษาธิการ ได้วางแนวปฏิบัติในการประเมินผลการทำงานของบุคลากร  โดยกำหนดเป็นกฎ เกณฑ์สำหรับการวัดประเมินผล

13. ภราดา ดร.ชำนาญ  เหล่ารักผล (พ.ศ.2550-2555)

ปี พ.ศ. 2550

 ภราดาชำนาญ  เหล่ารักผล  มารับตำแหน่งผู้อำนวยการลำดับที่ 13 โดยกำหนดนโยบายในการจัดการศึกษาของโรงเรียน 10 ข้อ ตั้งแต่ ปีการศึกษา พ.ศ.2550-2552 เพื่อการพัฒนาทุกด้าน สอดคล้องกับนโยบายของมูลนิธิฯ และพระราชบัญญัติการศึกษา  ได้ปรับปรุงและพัฒนาด้านเทคโนโลยี  โดยปรับเปลี่ยนเครื่องคอมพิวเตอร์สำหรับการเรียนการสอนในห้องเรียนและสำนักงานทั้งหมดให้ทันสมัย  เพื่อรองรับการใช้งานผ่านระบบ SWIS ซึ่งเป็นแหล่งประชาสัมพันธ์ข้อมูลกลางของโรงเรียนในเครือมูลนิธิฯ  จัดการเรียนการสอนในวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์เป็นภาษาอังกฤษปีแรก  โดยเริ่มภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2550 เพิ่มการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ Small Class ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ปรับปรุงระบบการบริหารจัดการต่าง ๆ ให้เกิดความชัดเจน

 

ปี พ.ศ. 2551

ปรับโครงสร้างการบริหารโรงเรียนที่มีขอบข่ายงานที่ใกล้เคียงกัน  ดำเนินการก่อสร้างอาคารเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย "อาคารเซนต์ปีเตอร์" โดยได้เริ่มดำเนินการตอกเสาเข็มในวันที่ 22 กรกฎาคม 2551 มูลค่าการก่อสร้างประมาณ 150 ล้านบาท ก่อสร้างอาคารบ้านพักนักกีฬาโครงการพิเศษ "อาคารลวสุต"  ปรับปรุงสถานที่ภายในบริเวณโรงเรียนให้มีความปลอดภัยและเพียงพอสำหรับนักเรียน ติดตั้งกล้องวงจรปิดโดยรอบ  เริ่มโครงการปรับปรุงสนามฟุตบอล จัดทำลู่วิ่งและอัฒจันทร์ใหม่  รื้อฟื้นเพลงประจำโรงเรียน (ขาว-แดง)  และเพลงโรงเรียนที่มีอยู่มอบหมายให้ มาสเตอร์จรัญ  น้อยอิ่มและทีมงานเป็นผู้รวบรวม เพื่อให้นักเรียนและบุคลากรในโรงเรียนเกิดความรู้สึกและรักสถาบัน  เริ่มนำบทสวดมนต์เป็นภาษาอังกฤษ  เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้ใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน

 

ปี พ.ศ. 2552

เปิดสหศึกษาในระดับประถมศึกษาปีที่ 1 ประถมศึกษาปีที่ 4 และมัธยมศึกษาปีที่ 1 เป็นปีแรก โดยมีนักเรียนหญิงเข้าเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 180 คน  ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 14 คน  และระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1  จำนวน 95 คน  เพิ่มห้องเรียน  English Program จาก 2 ห้อง เป็น 3 ห้องในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 และเปิด English Program ในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย แบ่งเป็น หลักสูตรวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ และหลักสูตรศิลป์-คำนวณ ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เป็นปีแรก ปรับปรุงศูนย์ดนตรีและจัดให้มีหลักสูตรการเรียนดนตรีในเวลาเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและมัธยมศึกษาตอนปลาย เพื่อให้นักเรียนได้พัฒนาด้านดนตรีเต็มที่ พร้อมจัดให้มีการเรียนการสอนนอกเวลาเรียน  เปิดหลักสูตรสหศิลป์ดนตรีในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย  เปิดใช้อาคารเซนต์ปีเตอร์ของนักเรียนชั้น ม.3 - ม.6 ในโอกาสเฉลิมฉลองโรงเรียนครบรอบ 48 ปี  จัดพิธีเสกอาคารเซนต์ปีเตอร์วันที่ 14 สิงหาคม 2553 และเปิดใช้สนามว่องประชานุกูล  ซึ่งได้ทำการปรับปรุงอัฒจันทร์ใหม่  ลาดยางลู่วิ่งใหม่   เปิดใช้อาคารลวสุต ในวันที่ 9 ธันวาคม 2552 ปรับปรุงอาคารยอเซฟเป็นที่เรียนกิจกรรมต่างๆ ของนักเรียน  ย้ายนักเรียน English Program จากห้องเรียนชั่วคราว (โบกี้) มาเรียนอาคารเซนต์คาเบรียลและอาคารอิลเดอฟองโซ ปรับปรุงรั้วรอบบริเวณโรงเรียน ประตูทางเข้าใหม่  ทำถนนหน้าอาคารเซนต์คาเบรียลและอาคารอิลเดอฟองโซ  โอนที่ดินของโรงเรียนทั้งหมดให้เป็นชื่อของมูลนิธิฯ เพื่อรองรับการเข้าสู่นิติบุคคล

 

ปี พ.ศ. 2553

ดำเนินการขออนุญาตสร้าง "อาคารยิมเนเซียม"  ตอกเสาเข็มเดือนมีนาคม 2553  ปรับปรุงอาคารสระว่ายน้ำเทิดเทพรัตน์’36 ให้เข้ากับทุกอาคารในโรงเรียน  ดำเนินการตามนโยบาย  Go Green สร้างโรงเรียนให้เป็นแหล่งอนุรักษ์การใช้พลังงาน จนได้รับรางวัล Energy Mind Award 2010 จากการไฟฟ้านครหลวง ขยายหลักสูตรการเรียนภาษาอังกฤษ Bell ลงไปที่ระดับประถมศึกษา โดยเริ่มที่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เป็นปีแรก ปรับเปลี่ยนสัญญากับศูนย์ Bell ให้เป็นไปตามเวลาเรียนของนักเรียน  ขยายการจัดการเรียนการสอนดนตรีในเวลา เรียนไปยังระดับประถมศึกษาและในปีการศึกษา 2553 เป็นปีที่มีนักเรียนมากกว่า 5,000 คนเป็นปีแรก  จัดตั้งกองทุนเจ้าหน้าที่เกษียน

 

ปี พ.ศ. 2554

เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีการก่อตั้งโรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรีและเฉลิมฉลองครบรอบ 25 ปี สมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี  สมาคมผู้ปกครองและครูฯ ได้ทำพิธีมอบเสาธงให้โรงเรียน  วันที่ 27 พฤษภาคม 2554 มอบให้เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของสถานศึกษาสืบไป ขยายหลักสูตรการเรียนภาษาจีนไปถึงระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ช่วงปลายปี 2554 โรงเรียนประสบปัญหาน้ำท่วมครั้งใหญ่

 

ปี พ.ศ. 2555

ดำเนินการซ่อมแซมและปรับปรุงอาคารสถานที่ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม  เปิดให้บริการศูนย์ฟิตเนส ACT Fitness Center โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรีร่วมกับมหาวิทยาลัยโอเรกอน (University of Oregon) และโรงเรียนโอ๊คฮิล (Oak Hill School) ทำสัญญาเกี่ยวกับนักเรียนแลกเปลี่ยนกลุ่มแรกขึ้น โดยการประสานงานฝ่าย English Program

 

14. ภราดา ดร.วีรยุทธ บุญพราหมณ์ (พ.ศ.2556-2558)

ปี พ.ศ.2556

ภราดา ดร.วีรยุทธ บุญพราหมณ์  ดำรงคำแหน่งผู้อำนวยการลำดับที่ 14 ได้กราบบังคมทูลเสด็จสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จมาเป็นองค์ประธานเปิด "อาคารเซนต์ปีเตอร์และอาคารยิมเนเซียม"  ในวันที่ 6 มิถุนายน 2559 โรงเรียนได้รับรางวัลป้ายทองโครงการ “ความปลอดภัยด้านอาหาร” (Food Safety) เป็นปีที่ 3 จากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข  ได้รับการรับรองโรงเรียนมาตรฐานระบบต้านยาเสพติด (QAD) ขั้นที่ 3 ระดับเพชร จากสำนักงานอาสากาชาด สภากาชาดไทย  ได้รับรางวัลโรงเรียนสีเขียว จากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

 

ปี พ.ศ. 2557

ได้รับการรับรองผ่านการติดตามการประเมินการดำรงรักษาสภาพสถานศึกษาที่ได้รับรางวัลพระราชทาน จากกระทรวงศึกษาธิการ   จัดตั้งศูนย์พัฒนาอัจฉริยภาพทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ระดับประถมศึกษา กับสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) เปลี่ยนชื่อสโมสรฟุตบอลอัสสัมชัญธนบุรี เอฟซี เป็น สโมสรฟุตบอลอัสสัมชัญ ยูไนเต็ด ในปีการศึกษา 2557 โดยรวมนักกีฬาฟุตบอลจาก 3 สถาบัน ได้แก่ โรงเรียนอัสสัมชัญ โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี และโรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา จัดทำสนามหญ้าเทียมหน้าอาคารราฟาแอล  จัดทำห้องทดลองวิทยาศาสตร์เคมีสีเขียว (Green chemistry) โดยผู้บริหารจากมหาวิทยาลัยโอเรกอนและอาจารย์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

ปี พ.ศ. 2558

ปรับปรุงบริเวณด้านหลังโรงเรียนให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ พลังงาน สิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจพอเพียง ได้นำบัตรอีเล็กทรอนิกส์มาใช้แทนเงินสดในโรงอาหารและ BigA จัดทำสนามหญ้าเทียมหน้าอาคารรัตนบรรณาคาร เริ่มก่อสร้างลานอเนกประสงค์ ACT Sport  Arena และก่อสร้างอาคารศูนย์ฝึกดนตรีวงโยธวาทิต Alexis Music Building โดยทำพิธีเปิดอาคารวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2559

 

ปี พ.ศ.2559

 

 

 

ปี พ.ศ.2560

 

 

 

http://www.act.ac.th โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี 92 ถนนอัสสัมชัญ แขวงบางไผ่ เขตบางแค กรุงเทพมหานคร 10160 โทร.0-2807-9555-63 โทรสาร.0-2421-8121